7 ขั้นตอนการนอนอย่างพระอรหันต์

7 วิธีตื่นนอนอย่างสดชื่น

7 วิธีตื่นนอนอย่างสดชื่น

เคยสังเกตุไหมครับ ? ทำไมเราถึงนอนตื่นมาแล้วไม่สดชื่นบ้าง เพลียบ้าง ปวดหลังบ้าง หรือแม้แต่นอนหลับไม่สนิท ฝันร้ายบ้างก็มี….ทุกๆ อย่างล้วนแล้วแต่มีเหตุมีผลกันทั้งสิ้น ผมเองก็เป็นออกจะบ่อย วันนี้ก็เลยหาคำตอบมาให้กับทุกท่านที่กำลังประสบปัญหาเดียวกันครับ อ่านแล้วลองนำไปปฏิบัติตามไม่มากก็น้อย ผมรับรองว่าจะได้รับความรู้สึกดี หรือสดชื่นไม่มากก็น้อยแน่นอนครับ….เพราะ เนื้อหาที่ผลจะเขียนต่อไปนี้ มาจากประสบการณ์ตรงของผู้ที่ประเสริฐที่สุดในโลกคนหนึ่งครับ

 

 

พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้เกี่ยวกับการนอน ว่า พระอรหันต์

นอนเพียงวันละ 4 ชั่วโมงเท่านั้น เหตุที่พระอรหันต์นอนน้อยกว่าคนทั่วไป

ก็เพราะท่านเป็นผู้ที่ละแล้วซึ่งกิเลส และมีสติอยู่เสมอทุกขณะตื่น 

จึงสามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ตามความเป็นจริง

โดยไม่เผลอนำสิ่งกระทบต่าง ๆ  มาปรุงแต่งให้เกิดเป็นอารมณ์ 

จึงไม่ต้องการเวลานอนมากนัก

         ผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ยังรับรองด้วยว่า การทำจิตให้สงบเป็นสมาธิ นับเป็นการจัดระเบียบคลื่นสมองที่มีประสิทธิภาพที่สุด และถือเป็นการผ่อนคลายเชิงลึก ที่สามารถชดเชยการหลับลึกได้ถึง 4 ชั่วโมง ด้วยเหตุนี้ สมองอันปราศจากข้อมูลขยะของพระอรหันต์ จึงไม่ต้องการช่วงเวลาหลับลึก เพื่อฟื้นฟูสภาพสมอง และจัดระเบียบเซลล์ประสาทมากเท่าคนทั่วไป

 

         ความพิเศษของการนอนอย่างพระอรหันต์ไม่ได้จบอยู่เพียงแค่เรื่องของเวลาเพียงเท่านั้น เพราะวิธีการนอนของท่านก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย

 

  พระพุทธเจ้าเคยตรัสถึงการบรรทมของพระองค์ไว้ว่า พระองค์บรรทมด้วยการสำเร็จ สีหไสยา ซึ่งแปลว่า การนอนอย่างราชสีห์ คือ การนอนตะแคงขวาอย่างมีสติสัมปชัญญะ ประกอบด้วยจิตอันบริสุทธิ์ สงัดแล้วจากกาม และอกุศลธรรมทั้งหลายเป็นอุเบกขา ไม่ทุกข์ และไม่สุข อยู่ในสมาธิขั้นสูง (ฌาน4) ไม่มีความยินดีในการนอนหลับ และพร้อมจะลุกขึ้นอยู่เสมอ

อานิสงส์ของการหลับอย่างมีสติ

พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงอานิสงส์ของการหลับอย่างมีสติไว้ 5 ประการ ได้แก่

ทำให้หลับเป็นสุข

ทำให้ตื่นเป็นสุข

ทำให้ไม่ฝันร้าย

ทำให้เทวดารักษา

ทำให้มีสติไม่หลงใหลในกามซึ่งเกิดจากความฝัน

 

7 ขั้นตอนการนอนอย่างพระอรหันต์

 

1.ลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉงทันทีที่ตื่น อย่ามัวโอ้เอ้งัวเงีย พ่ายแพ้ให้ความขี้เกียจ

เพราะการตื่นขึ้นเองโดยไม่มีใครปลุก เป็นการส่งสัญญาณให้คุณรู้ว่า สมองได้พักผ่อนเพียงพอแล้ว

การนอนนานกว่านั้นจึงถือเป็นความขี้เกียจ

2.หมั่นเจริญสติ และฝึกสมาธิระหว่างวัน เพื่อจัดระเบียบสมองและลดการปรุงแต่งอารมณ์

3.หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้สมองและร่างกายตื่นตัวก่อนนอน เช่น การดูหนังแอ๊คชั่น

การออกกำลังกาย การดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน การคิดเรื่องงาน ฯลฯ เพื่อให้ร่างกายพร้อมเข้าสู่การนอนอย่างสงบและมีสติ

4.นอนอย่างปล่อยวาง ทำจิตให้ว่างก่อนเข้านอน ด้วยการสะสางงาน และวางแผนสิ่งที่จะต้องทำในวันรุ่งขึ้นให้เรียบร้อย

อาจวางกระดาษและดินสอไว้ข้างเตียง เพื่อจดสิ่งที่นึกขึ้นได้ จะได้ไม่ต้องคิดวนไปเวียนมาเพราะความกังวล

5.จัดระเบียบการนอน มีกำหนดเวลานอน และตื่นที่ชัดเจนเพื่อสร้างวินัยให้ร่างกาย

6.นอนในที่เย็น เงียบ และมืด ปราศจากแสงเสียง และสิ่งรบกวนที่จะทำลายสมาธิในการนอน

7.หลับไปด้วยจิตอันนิ่งสงบและเป็นกุศล แทนที่จะหลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน เพราะคิดปรุงแต่งสารพันลองหันมาสงบสติ

   การนอนอย่างมีสติเป็นองค์ประกอบประการสำคัญที่ทำให้พระพุทธเจ้าทรงเป็น

ผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน” อยู่ตลอดเวลาอย่างแท้จริง…

หากนำไปปฏิบัติการรับรองว่าจะทำให้การนอนของคุณ

มีประสิทธิภาพมากขึ้น….เชื่อว่าคุณก็ทำได้เช่นกัน

 

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก :  iSpying Blogspot

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *